travelling

Pictures ... Test Test!!

posted on 23 Apr 2007 13:06 by araidee  in travelling

โอเคฮะ ได้เวลาอัพรูปสักที ..

ลองดูๆแล้วกันนะ ไม่ค่อยได้ไปไหนมากเท่าไหร่ .. ไว้จะมาอัพเดทเรื่อยๆแล้วกันคับ ..

 

 

รูปแรกคือปีกเครื่องบิน .. เห็นแล้วหวั่นใจนิดหน่อยเพราะเขียนภาษาจีนไว้ ตอนเครื่องขึ้นมันสั่นๆแปลกๆ ไม่รู้คิดไปเองป่าวว่ามันเมคอินไชน่า ..

 

 

รูปนี้คือแอร์หมวยคนนั้น ..

 


edit @ 2007/04/23 13:11:31


edit @ 2007/07/04 15:58:11

edit @ 27 Dec 2007 14:53:11 by Thee

Pictures .. #2

posted on 14 Aug 2007 13:49 by araidee  in living, travelling

อืมม ทำงานมาสี่เดือนแล้วแฮะ ..

เหลืออีกสองเดือนเราคงลองไปคุยเรื่องขอย้ายโปรเจ็ค คิดว่าน่าจะโดนปติเสธ .. แต่ยังงัยก็คงจะต้องคุย อย่างน้อยก็ให้เค้าได้รู้ว่าเราไม่ได้แฮปปี้ขนาดที่จะอยู่ตรงนี้ไปตลอด ..

ลองมาดูรูปกันว่าตั้งแต่อยู่ที่นี่มาได้ไปเที่ยวไหนบ้าง ..

( จริงๆแล้ว ไปมาเยอะกว่าที่เห็น แต่เพราะบางที่ๆไปก็ไม่ได้เอากล้องไป บางทีก็คิดว่ามันงั้นๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ .. )

 


สี่รูปแรกนี้เป็นทริปแรก ..

ชื่ออะไรก็ไม่รู้ อยู่ในต้าเหลียนนี่แหละ ... ประมานว่าขึ้นเขาไป ไปกันสี่คนกะเพื่อนมาเลย์ที่ทำงาน .. รูปนี่ไม่ได้ถ่ายเองสักรูป :)

 

สามรูปต่อมานี่ก็จำชื่อไม่ได้อีกเหมือนกัน .. มีทั้งชายหาดและเขา .. ตอนที่ไปนั้นน่าจะสักสามเดือนที่แล้ว ยังหนาวๆอยู่ ..

 

สามรูปสุดท้ายสถานที่ชื่อ เฮยเต่า .. black island

แต่ที่จิงมันไม่ใช่เกาะสักหน่อย มันแค่ชาดหาดสั้นๆ มีที่ให้เตะบอลนิดหน่อย .. อันนี้ไกลเหมือนกัน นั่งรถไป 3.5 ชั่วโมง หาดก็งั้นๆน้ำทะเลก็ไม่ค่อยสะอาด .. สรุปไม่มีอะไรดีเลย ยกเว้นได้ไปฟรีเพราะบริษัทพาไป ..

ไม่รู้ว่าจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวป่าวเนี่ย ..

edit @ 27 Dec 2007 14:49:11 by Thee

edit @ 27 Dec 2007 14:54:06 by Thee

2 night in Beijing.. (part#1)

posted on 06 Dec 2007 13:04 by araidee  in travelling

อืมม ไม่ได้เขียนอะไรออกมาซะนานเลย สาเหตุก็เนื่องมาจากว่า ทุกอย่างมันเดิมๆ ไม่ค่อยจะได้ออกไปไหน ที่สำคัญคือไม่มีอารมณ์ แหะๆ ..

เอาหล่ะ ถือว่าเป็นเลิกงามยามดี (พิมพ์ผิดนะ หาตัว ร รึ ไม่เจอ) ได้มาอัพเดทอะไรอีกครั้ง ..

เมื่อประมานอาทิตย์ที่ผ่านมา (ไม่แน่ใจว่าแต่ละคนจะได้อ่านกันเมื่อไหร่นะ แต่ ณ วันที่เขียนเริ่มนี้คือ ๒๘ เดือน ๑๑) เราลาพักร้อนแล้วก็กลับไทย ..

ออกเดินทางวันที่ ๒๓ ตอนเย็นถึงกรุงเทพ ๒๕ ตอนประมานตีสอง ..

อาจจะสงสัยว่าทำไมมันนานจังแค่ระหว่างไทยกับจีน นั่นก็เพราะว่าแวะเที่ยวปักกิ่งสองวันระหว่างที่ต้องเปลี่ยนเครื่อง ..

ดูเวลาที่น้อยนิดแล้วดังนั้น ๑ อาทิตย์ก่อนไปปักกิ่งเลยต้องทำการบ้านเต็มที่ เริ่มจากเข้า กูเกิ้ลแล้วก็ค้นหาด้วยคำว่า ปักกิ่ง ข้อมูลส่วนมากก็แบ่งเป็นสองอย่างคือ

- เป็นแพลนที่่พวกบริษัททัวร์เค้าทำไว้โคตสะนาว่าจะำพาไปไหนบ้าง จะไปกินอะไรบ้าง พร้อมประวัติเล็กน้อยถึงปานกลาง ..

- อีกส่วนนึงจะเป็นข้อมูลจากชาวบ้านที่ไปเที่ยวแล้วก็เอามาใส่ๆไว้ให้ชาวบ้านอย่างเราไปแอบอ่าน ..

หลังจากอ่านไปพร้อมกะปรึกษากะเพื่อนคนปักกิ่ง ผ่านไปสี่วันก็สรุปได้ว่าจะไปที่ไหนบ้าง จากที่จำได้คือ

- เทียนอันเหมิน เป็นจตุรัสใหญ่ๆ

- พระราชวังต้องห้าม เคยเป็นที่อยู่ของฮ่องเต้

- เป่ยไห่ เป็นสวนสาธารณะไกล้ๆสองที่ข้างบน

- ฉือช่าไห่ เป็นพื้นที่รอบๆทะเลสาบ เปิดเป็นร้านอาหารและบาร์ เอาไว้ให้หนุ่มสาวจีนมานั่งชิวๆ สี่อย่างนี้คือที่จะไปวันแรก เพราะอยู่ไกล้ๆกันทั้งหมดเลย ส่วนวันที่สองนี่คิดหนัก มี พระราชวังรึดูร้อน กะวัดลามะ ทดเอาไว้ในใจ กะว่าจะเลือกสักที่นึงเพราะมันอยู่ห่างกัน กลัวกลับไปไม่ทันขึ้นเครื่องตอน สองทุ่มครึ่ง ถ้าเกิดเลือกไปอย่างนึงก็อาจจะไปแวะดูมหาลัยปักกิ่ง รึว่า มหาลัยชิงหัว กะว่าไปถึงแล้วค่อยคิดเอา ..

สุดท้ายสิ่งที่ตั้งความหวังไว้อีกอย่างคือเป็ดปักกิ่ง เหอะๆ ทั้งหมดนั่นคือสิ่งที่คิดไว้ก่อนจะไปปักกิ่ง ..

ยังมีอีกสองที่ที่ชาวบ้านเค้าไปกันคือกำแพงเมืองจีน กับเทียนถาน อืม อันแรกมันต้องนั่งรถออกไปนอกเมือง เลยกะว่าเอาไว้คราวหน้า ไม่งั้นก็ไปขึ้นดูเอาตามหัวเมืองอื่นๆ (คือเราสามารถขึ้นไปดูได้จากทางขึ้นที่เมืองอื่นๆด้วย เพราะกำแพงมันพาดผ่านหลายๆเมือง)

ส่วนเทียนถาน เป็นที่ประมานว่า้เอาไว้ให้ฮ่องเต้เค้ามาบูชาสวรรค์ อันนี้เพื่อนชาวปักกิ่งบอกมาว่าไม่เห็นมีไรเลย แต่เป็นโดมก้อนเดียวที่ทำึตกแต่งใหม่ซะแล้ว ก็เลยเชื่อตามนั้นอ่ะ ไว้คราวหน้าค่อยไปแล้วกัน ..

 

ถึงปักกิ่งวันที่ ๒๓ ประมาน ๕ โมงครึ่ง แต่กว่าจะไปหากระเป๋าแล้วหาทางออกได้ก็เกือบหกโมงครึ่ง จากที่นัดแนะไว้กะสาวคนนึงที่ปักกิ่งว่าให้มารับ (หาที่พักและพาชั้นเที่ยว) ในที่สุดก็เจอกันจนได้ เค้าคนนั้นก็คือ หมวยตาตี่ เพื่อนลาดกระบัง ..

ตาเปลี่ยนไปนิดนึง แต่เราก็จำได้ มาดักรอเราอยู่คนเดียว เฮ้อ ตอนแรกคิดว่าจะมีไครพามาแนะนำให้รู้จัก :(

อ่ะ แต่ก็ไม่เป็นไร ณ วันนั้นอย่างแรกคือขอที่นอนสำหรับคืนนั้นก่อนแล้วกันนะ ..

ด้วยข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต มีห้องพักถูกๆอยู่ที่ถนน หวังฟู๋จิ่ง เลยเลือกรถสายที่ไปจอดไกล้ๆแล้วต่อรถไปหาที่พัก เกือบสามทุ่มค่อยถึงที่พัก มันเป็น youth hostel ที่ห้องพักอยู่ลึกลงไปชั้นใต้ดินชั้นที่ิ 4 ยังดีหน่อยมีลิพท์ให้เราลงไป ข้อดีของการมีลิพท์ ฟังแล้วเหมือนจะหรูหรา แต่ข้อเสียคือไม่มีบันได ถ้าไฟใหม้ขึ้นมาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะขึ้นไปได้งัย :D ราคาที่เค้าบอกคือ 80 ต่อรองได้เท่าๆกะที่ชาวบ้านโพสไว้ตามเน็ทเลยคือ 70 หยวนจีน

ตอนแรกแอบคบคิดกะตาว่าจะหาเหตุผลวิธีการใดมาต่อรองราคากะมันดี ประมานว่า ..

- วันนี้ดึกแล้วแกลดให้ชั้นหน่อย ไม่รู้เหมือนกันว่ามันตอบมาว่าอะไร แต่น่าจะประมานว่าแล้วแกมาซะดึกทำไม

- ชั้นเป็นนักศึกษา อันนี้คิดว่าจะบอกแต่ถอดใจซะก่อน ดีแล้วไม่ได้บอก เพราะภายหลังต้องเอาวีซ่าให้มันดู มันวีซ่าทำงานชัดๆ

- ชั้นจะอยู่ตั้งสองคืน อันนี้บอกแล้วมันก็ว่า ชาวบ้านเค้ามาอยู่เป็นเดือนก็ราคานี้แหละ เศร้า ..

ไปๆมาๆ พูดอะไรไปก็เท่านั้น มันอ้างว่าหอพักนี้มีสาขาเยอะแยะดั่ง เซเว่นอีเลพเว่น ราคาเลยมิใช่ว่าจะลดให้ได้ เหอะๆ เจ็ดสิบก็เจ็ดสิบฟะ .. (ราคาคิดเป็นบาทไทยคูณ สี่จุดหก)

ตอนลงไปดูที่พักก็คิดหนักนิดนึงว่าจะทิ้งเป้ไว้ในห้องดีรึเปล่าว้า พอดีว่า(ไม่น่า)เอาโน๊ตบุ๊คมาด้วยแถมยังมีของ(มีค่า)ที่เพื่อนคนไทยที่ต้าเหลียนฝากกลับไปกรุงเทพอีก ไปๆมาๆ ตาก็บอกว่าเอาไปเหอะ เสร็จแล้วทิ้งไว้หอชั้น ไว้จะกลับค่อยแวะไปรับตัว เพราะดูจากสภาำำพห้องดูไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่ ซึ่งก็ถือว่าตัดสินใจถูกแล้ว เพราะกลับมาห้องอีกทีเจอป้ายแปะหลังประตู (ต้องปิดห้องถึงจะเห็น)ว่าจะไม่รับผิดใดๆทั้งสินถ้าของหาย เหอะๆ เกือบไปแล้ว ..

พอออกจากที่พักก็ไปเดินหวังฟู๋จิ่งกันตอนสามทุ่ม ซึ่งเป็นเวลามาตรฐานที่ชาวบ้านเค้าเดินกัน เลยได้เจอกับคณะทัวร์ไทย แต่ก็ไม่ได้ไปทักทาย แอบเนียนว่าเป็นคนจีน เหอะๆๆ ต่างกะตอนอยู่ต้าเหลียน ถ้าเห็นคนไทยเอ๊าะๆนี่ เราต้องรีบปรี่เข้าคุยทำความรู้จัก อาจจะเพราะเค้ามากันเยอะเกิน และเอ๊าะๆไม่มี

หวังฟู๋จิ่งเป็นถนนคนเดินชื่อดังของปักกิ่ง จริงๆแล้วเราก็ไม่เห็นจะมีอะไร เป็นเหมือนถนนที่มีห้างมาตั้งรวมๆกัน ซึ่งที่จริงจะมีประวัติที่มายังงัยนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันแหะ แต่เราว่าไปเดินข้าวสารยังมีอะไรให้ดูมากกว่า :D

 

(รูปประตูที่ถนนหวังฟู๋จิ่ง เข้าไปในนั้นจะขายของกินแปลกๆหลายอย่างเลย ..)

 

 (ตากะลังมองๆ มีทั้งตะขาบ ปลิง แมลงสาบทอด)

 

(หลังจากเดินเสร็จจากถนนก็เดินต่อไปที่โบสถ์เก่าๆ ว่ากันว่าไครมาถ่ายรูปแต่งงานที่นี่แล้วก็จะอยู่กันยืดยาว)

 

(รูปแบบชัดๆของตา)

กลับจากหวังฟู๋จิ่งก็นัดแนะกับตาว่าวันพรุ่งนี้มาเจอกัน แปดโมง จากนั้นก็ปล่ิอยตัวตากลับหอไป เราเองก็แยกเดินกลับหอ(ถูกๆ)มา ถึงที่พักตอนเกือบห้าทุ่ม ..

ระหว่างที่กดลิำฟท์รอเพื่อลงไปข้างล่าง ตรงแผนกต้อนรับก็มีการเถียงทะเลาะกันนิดหน่อย ระหว่างหมวยรีเซพชั่น กะป้าดำ ป้าดำเป็นคนนิโกร แต่ฟังจากสำเนียงน่าจะมาอเมริกา จับใจความได้ว่าป้าแกอยู่มาหลายวันแล้ว ถึงวันนี้ต้องการเช็คเอ๊าท์ เลยจะขอมัดจำคืน แต่หมวยน่าจะพูดประมานว่าแกอยู่มาเกินจำนวนเงินที่จ่ายไว้ตอนแรก เลยเถียงกัน ต่างคนต่างจะให้อีกฝ่ายจ่ายให้ ..

เถียงกันสักพักก็หมวยก็เริ่มด่าเป็นภาษาจีน ป้าดำฟังไม่รู้เลยก็โบกมือบอกว่า ก๊อดเบลสยูๆๆ พอดีลิำฟท์มาพอดีเราเลยรีบหนีมาก่อน แต่ในใจเริ่มคิดแล้ว ว่าเวลาเราออกหล่ะ มันจะมีอะไรแบบนี้ป่าว *** (ตรงนี้ดอกจันไว้ เดี๋ยวมีอะไรเล่าต่อภายหลัง) ..

เริ่มต้นเช้าวันแรกในปักกิ่ง ด้วยความกระวนกระวายใจนิดนึง คือ มือถือลงไปอยู่ชั้นสี่แล้วสัญญานมันขาดๆ มันเลยหาสัญญานทั้งคืนเลย มาตอนเช้าเหลือแบตอยู่ ครึ่งเดียวเอง เลยได้ความรู้ใหม่จากตาว่าให้ปิดเครื่องเพราะแบบนี้มันจะสูบแบตอย่างเยอะ ..

(ตอนเช้าไม่ค่อยมีคน ทั้งที่ปักกิ่งและต้าเหลียนเวลาข้ามถนนใหญ่ๆเค้าจะสร้างเป็นอุโมงค์ให้เดินลอด )

(อาจจะเห็นว่าถนนเค้าสะอาดๆ ถามคนจีนเค้าบอกว่าเพราะช่วงนี้กำลังโปรโมทเกี่ยวกับโอลิมปิค ทุกอย่างเลยออกมาดูดี ..) 

 

อาจจะเพราะว่าออกไปเร็วนิดนึง พอโทรหาตา เลยมีการนัดแนะกันใหม่ว่าให้เดินไปรอที่เทียนอันเหมินแล้วเดินเล่นไปก่อนได้เลย ฮ่าๆ เข้าใจๆ เิดินไปอย่างหนาวๆ เหงาๆ ผ่านไปสองป้ายรถเมล์ก็เริ่มเห็นคนเดินกันเป็นกลุ่มๆ ใช่แล้ว ถึงจนได้ เทียนอันเหมิน เทียนอันเหมินเป็นจตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ไกล้ๆกับกู้กงหรือ พระราชวังต้องห้าม ห่างกันแค่เพียงข้ามถนน ตามข้อมูลระบุว่าจุคนได้เป็นล้่าน ..

 

 

 (ในที่สุดก็ถึงแล้วพระราชวังต้องห้าม กู้กง)

 

 

 

(ของแท้ต้องมีประธานเหมา)

 

(ไอ้ยามคนเมื่อกี้ เดินมาเข้ากล้องอีกแล้ว ..)

(ในที่สุดก็ได้รูปไม่มียาม 555) 

พอถึงแล้วเราก็ด้อมๆมองๆเดินถ่ายรูปแถวนั้่น ถ่ายไปจนไม่รู้จะถ่ายอะไร ก็คิดจะหาที่นั่ง แต่ถ้านั่งเฉยๆก็จะหนาวก็จะต้องเดินไปมา แต่เดินไปมาก็อาจจะหิว โอ๊ย จะทำอะไรดีเนี่ย ..  

ระหว่างคิดอย่างกระสับกระส่าย ตาก็โทรมาพอดี แล้วก็มากับถุงเซเว่นและของกินในนั้น เอาละ ได้เริ่มเดินจริงๆจังๆแล้ว ..

 

(พอตามาแล้วก็ได้ถ่ายรูปตัวเองสักที.. อันนี้เป็นรูปหมู่)

 

(อันนี้รูปเกือบจะเดี่ยวๆ)

(พอข้ามทางลอดมาฝั่งเทียนอันเหมินก็หันกลับไปถ่ายรูปเต็มตัวอีกครั้ง)

ขอจบแค่นี้แล้วกันนะสำหรับ ตอนที่ 1 ไว้ตอนที่สองจะเดินเทียนอันเหมินและเหตุการณ์ต่อๆไป

edit @ 7 Dec 2007 14:07:08 by อะไรดี