living

Hey There Delilah!!

posted on 01 Feb 2008 13:03 by araidee  in araidee, living

มีเพลงๆนึง ได้ฟังมาตั้งนาน ตั้งแต่ปีที่แล้ว ชื่อ Hey There Delilah ..

เนื้อหาจะเกี่ยวกับ พ่อหนุ่มบ้านนอกคนนึง เขียนจดหมาย (เพลง) ให้แฟน (ผู้หญิงที่ชื่อ delilah) ที่ไปเรียนต่อในนิวยอร์ก .. เนื้อหามันก็ไม่มีอะไรแปลก ท่อนฮุกนี่เราก็ว่ามันน่าเบื่อ .. แต่ที่ชอบที่สุดคือเสียงกีต้าร์เถื่อนๆ และท่อนนึงของเนื้อเพลง ซึ่งเราแอบเอามาตั้งเป็นชื่อ MSN ได้อยู่หลายวันเลย ..

A thousand miles seems pretty far ..
But they've got planes and trains and cars ..
I'd walk to you if I had no other way ..

ลองฟังๆดูนะคับ ..

http://www.mrnon.com/blog/entry.aspx?id=276

 

เมื่อเช้านี้ก็ได้ฟังอีกเพลงนึง ที่ฟังแล้วรู้สึกมันคล้ายๆกัน แต่อันนี้เป็นเพลงจีน ชื่อ ชื่อ 孤单北半球 ( Gu Dan Bei Ban Qiu ) ความหมายชื่อเพลงประมานว่า lonely ที่ขั้วโลกเหนือ ..

 มาขายของกันก่อน เนื้อหาก็จะประมานว่าแม้ว่าจะไกลแต่ใจเราไกล้กันนะจ๊ะ อ้างเหตุผลมามากมาย เพื่อจะบอกว่าชั้นรักเธอซะจริงๆ .. อ่านแล้วเหมือนจะไม่ใช่เพลงที่ดีเรย .. ลองฟังกันก่อน ..

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=east-robinhood&month=07-2007&date=17&group=4&gblog=3

อาจจะฟังกันไม่ออก .. เราก็ฟังไม่ออกเหมือนกัน 55 ลองอ่านๆความหมายในนั้นแล้วกันนะ ..

เพลงจีนหลายๆเพลงเลยมี อะไร ที่ให้เราต้องคิดตาม ฟังแล้วก็ เฮ้ย เจ๋งหว่ะ คิดไ้ด้งัยเนี่ย ..

อย่างเพลงนี้เราชอบที่สุดก็ท่อนฮุคที่บอกว่า ..

少了我的手臂当枕头你习不习惯
(Shao Le Wo De Shou Bei Dan Zhen Tou Ni Xi Bu Xi Guan)
ไม่มีแขนชั้นให้หนุนแล้ว คุ้นเคยรึยัง? .. โอ้ว .. ต้องลองฟัง ..
 

ยังมีเพลงอื่นๆที่ชอบ เช่นเพลงนี้เลย ..

http://chinesejukebox.blogspot.com/2007/11/jay-chou-zui-chang-de-dian-ying.html

มีืท่อนนึงบอกว่า ..

 nǐ shuō nǐ huì kū
你 说 你 会 哭

เธอบอกว่าเธอร้องไห้ได้ ..

bú shì yīn wéi zài hū
不 是 因 为 在 乎

แต่มันไม่ได้แปลว่ารู้สึกอะไรเลย ..

 

รึว่าเพลงเก่าๆที่เราเคยฟังเค้าร้องที่เคทีวี .. 记事本 by Kelly Chen

Ai de tong le ..

Tong de ku le ..

Ku de lei le ..

ชั้นรักจนเจ็บแล้ว เจ็บจนร้องไห้แล้ว และก็ร้องไห้จนเหนื่อยแล้วด้วย .. เศร้า ..

 

บางทีมันก็ทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น เช่นหนุ่มสาวชาวจีนกับเรื่องร้องไห้ ..

ที่ไทย เราโตกันมากับแบบเพลงพี่ป้าง ที่ผู้ชายร้องไห้มันน่าอาย ที่ฟูมฟายขนาดนั้น ..

แต่ที่จีน เราเจอบ่อยๆ หนุ่มสาวทะเลาะกันกลางถนน กอดกัน แล้วก็ร้องไห้กันทั้งผู้หญิงผู้ชาย (ที่ไทยอาจจะเป็นทั้งผู้ชายผู้ชาย) ..

 ดูหนังเศร้าๆที่นี่ ชาวบ้านจีนเค้าร้องไห้กัน เราก็จะโดนแหน็บแหนมต่อว่า แกมันไม่มีหัวใจ แกมันด้านชาไม่มีความรู้สึกซะแล้ว .. เป็นงั้นไป ..

 

กลายเป็นว่าอาทิตย์นี้เป็นเรื่องเพลงซะงั้น ตอนแรกตั้งใจว่าจะอัพเกี่ยวกับสกี .. เอาเป็นว่าดองกันให้เค็มปี๋กันอีกอาทิตย์นึงแล้วกัน ..

 

ปล. เอนทรี่นี้ .. ชั้นเขียนแล้วเซพแล้ว แต่มันก็ไม่เซพให้ ชั้นเลยต้องมาเขียนใหม่เซพใหม่อีก ชั้นก็จำแล้วก็จำไม่ได้ว่าเขียนอะไรไปบ้าง .. เลยอาจจะห้วนๆไปหน่อยนะ

edit @ 1 Feb 2008 16:42:15 by Thee

Thai restaurant in dalian ..

posted on 25 Jan 2008 11:54 by araidee  in living

เคยบ่นๆอยู่ว่าที่ต้าเหลียนนี่ไม่มีร้านอาหารไทยเลยแฮะ ..

อาจจะเพราะว่าเป็นเมืองเล็กๆ และอาหารไทยก็อาจจะไม่ถูกใจชาวท้องถิ่นมากนัก ..

แต่ไปๆมาๆ หาเจอจนได้กับร้านอาหารที่มีอาหารไทยขาย ..

 

อืมม ไม่อยากจะเรียกว่าร้านอาหารไทยแฮะ เพราะเจ้าของ และคนคุกก็เป็นคนจีน ร้านขายอาหารจีนกวางตุ้งเป็นหลัก แต่พอดีว่ามีกุ๊กคนนึงแกเคยทำงานในร้านอาหารไทยมาก่อน ดังนั้นในร้านเลยมีเมนูไทยๆ บางอย่างให้เราไปลองชิม ..

อาจจะออกเป็นในแนวชิมไปด่าไปสักหน่อย .. ลองติดตามกันต่อนะฮะ ..

:)

 

เพราะว่ามื้อนี้มีเจ้ามือ และเจ้่ามือก็ไม่ใช่เรา ดังนั้นเราเลยสบโอกาสได้เลือกร้านอาหาร(เกือบ)ไทย มาเป็นมื้อเย็นในวันนึง ..

ถึงที่ร้านตอนทุ่มครึ่ง โล่งมากๆ ไม่มีลูกค้าคนอื่นเลย มีคนเสิรพ์มาต้อนรับเพียบเลย แต่ไม่เห็นไครจะไหว้ .. เริ่มใจเสีย มันจะเป็นแค่ร้านอาหารจีนที่มีแีค่ต้มยำกุ้งขายรึเปล่าเนี่ย ..

(เมนูอาหาร เขียนว่าอะไรมั่งก็ไม่รู้ ไครอ่านออกช่วยบอกด้วย เี่พราะเราก็ถ่ายมางั้นๆ ..) 

 

คุณเด็กเสริพ์ต้อนรับพวกเราอย่างดี เอาเสื้อโ๊ค๊ทไปแขวนให้ ดึงเก้าอื้ให้เข้ามานั่ง ทำให้เราแอบกลัว บริการแบบนี้ ราคาอาหารคงไม่ธรรมดา .. 

และแล้วก็เป็นความจริงเมื่อสอบถามอาหารชุดแรก ต้มยำกุ้ง ..

เพิ่งจะเคยเห็นว่าเค้าขายนับกันเป็นถ้วยๆ สำหรับกินคนเดียว ราคาตกถ้วยละ 38 หยวนถ้วน (*4.6 เพื่อให้เป็นบาทไทย)

แต่เพราะมื้อนี้มีเจ้ามือ ด้วยความเกรงใจเราเลยสั่งกันมาคนละ 1 ถ้วย ไปกัน 5 คน ..

(นี่คือสภาพของต้มยำ"กุ้ง" ..)

 พอได้มาแล้วตกใจเล็กน้อย มีกุ้งอยู่สองตัว พวกเครื่องปรุงอย่าง ข่า ตระไคร้ ใบมะกรูดไม่มีเลย .. เฮ้ย นี่มันเอากุ้งมาเติมเครื่องปรุงมาม่ารสต้มยำกุ้งรึเปล่าฟระ ..

ใช่เลย รสชาติที่เราคุ้นเลย ไม่ต่างกะกินมาม่ารสต้มยำกุ้งเลย 55 ..

 

 

จานถัดมาเป็นกุ้งแช่น้ำปลา .. เป็นเรื่องสยองอย่างมาตอนแรกที่เค้าเอามาวาง กุ้งถูกตัดหัว กรีดกลางลำตัวแล้วก็เอาศพมาวางเรียงเป็นตับสวยงาม .. ที่ระทึกใจคือ บางตัวมันยังดิ้นอยู่เลย ..

- มันเป็นแบบนี้แหละ ไม่ต้องกลัว มันสุกด้วยน้ำมะนาว(เอ๊ะรึว่าน้ำปลา เราก็จำได้ไม่แม่น) .. พี่เจ้ามือบอกอย่างชำนาญ .. เราก็งง ทำไมเราไม่เคยจะรู้เลยว่าคนไทยเรากินไอ้แบบนี้กันด้วย ..

แล้วธีร์กินมั้ย กินสิครับ 55 .. ประเดิมศพแรกด้วยการเลือกตัวที่นอนนิ่งที่สุดแล้ว ดูรอบจานแล้วก็เลือกมาตัวนึง ..

อร่อยดี .. แต่ก็เป็นตัวเดียวที่เรากิน .. หลังจากนั้นเราก็มาใส่ใจกับกุ้งทั้งสองตัวในชามต้มยำกุ้งส์ของเรามากกว่า ...

 

 

มาถึงเรื่องดีๆกันบ้าง ..

 

 

 

ลองดูในภาัพ มีทั้งแกงเหลือง แกงเขียว คอหมูย่าง เป่าเปี๊ยะทอด และของหวานเป็น ขนมกรอบๆสอดไส้ทุเรียน ..

 

รวมๆแล้ว 5 คน กินไปเท่าที่ว่ามาเนี่ย ตก 800 กว่าหยวน .. ประมาน 4000 บาทไทย ..

ถ้าไม่มีเจ้ามือ เราคงจะต้องกินมาม่าต้มยำกุ้งไปอีกหลายมื้อเลยจนกว่าจะสิ้นเดือน ..

 

 

ปล. อาจจะแปลกใจว่าทำไมคราวนี้มันสั้นจริง ..

อ่ะ แถมให้อีกรูป ถ่ายกันที่ทางเข้าร้าน ..

 

 

 

edit @ 25 Jan 2008 12:58:32 by Thee

A day with winter and snow..

posted on 11 Jan 2008 12:34 by araidee  in living

:)

รู้สึกเหมือนกับว่าจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเร็วๆนี้ เราเองก็รออยู่ .. น่าจะภายในสิ้นเดือนจะเห็นอะไรที่ชัดเจนมากขึ้นไว้จะเอาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมแล้วกัน ..

กลับมาสู่ชีวิตธรรมดาๆ อยู่ไปวันๆ ทำงานไปวันๆ อู้ไปวันๆ .. เหมือนชีวิตมีเป้าหมาย แต่มันจับต้องไม่ได้ ..

ตอนนี้อากาศหนาว สำหรับเราน่าจะเรียกว่าหนาวจัด เกิดมาไม่เคยจะเจอ .. วันแรกที่กลับมาหลังจากทริปเที่ยวกรุงเทพ ที่ปักกิ่งอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสถ้วน .. หนาวเนอะ ..

แต่สองชั่วโมงต่อเรากลับมาสู่ชีวิตจริงที่อากาศ - 2 ที่ต้าเหลียน ..

แต่นั่นมันเรื่องเมื่อเกือบเดือนนึงมาแล้วนะ .. ตอนนี้หนาวขึ้นเล็กน้อย บางวันก็หนาวมากหน่อย บางวันก็ หนาวน้อยหน่อย อุณหภูมิ น่าจะประมาน -5 ถึง 5 องศา .. แต่สบายมากเพราะเราพยายามจะไม่ออกไปไหนเลย ตอนกลางวันก็กินม่าม่าคัพเอา ที่บ้านก็ซื้ออาหารแห้งๆไปตุนไว้ หวังว่าจะผ่านชีวิตช่วงนี้ไปได้โดยปลอดภัยนะค้าบ .. (อวยพรให้ตัวเอง)

สิ่งที่ต่างกับหน้าหนาวที่เมืองไทยก็คือ "หิมะ" ใช่้แล้ว ในที่สุดก็ได้เห็นหิมะตกจริงๆจังๆซักที ..

เหตุเกิดในระหว่างเวลาทำงาน อยู่ดีๆพวกเพื่อนที่ทำงานก็คุยอะไรกันไม่รู้แล้วก็วิ่งไปดูกันที่หน้าต่าง เรานินทาในใจว่าไอ้พวกนี้ ตื่นตูมยังกะเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น แล้วก็วิ่งตามชาวบ้านเค้าไปดูด้วย สวยดี .. น้องแผนกญี่ปุ่น 55

หลังจากเลิกงานเราเดินกลับบ้านก็ยังตกอยู่อีก โรแมนติกชะมัดเดิน ท่ามกลางหิมะตกเบาๆและแสงไฟสลัวๆ ..

พอตื่นเช้าขึ้นมาก็เห็นต้าเหลียนแบบที่ขาวไปทั้งเมือง เหมือนกับโรยปูนขาวเลย ต่างก็ที่ว่า ปูนขาวมันไม่หนาวและลื่น!..

ลื่นหัวแตกเลย .. จริงๆก็ยังไม่เคยล้มจนได้อายอะไรนะ แต่เวลาเดินก็ต้องค่อยๆเดิน .. เพิ่งเห็นข้อเสียของหิมะก็คือเรื่องนี้แหละ .. เคยเห็นที่ช่องฟรีสตู้เย็นจะมีน้ำแข็งเกาะใช่มะ .. ถ้าไปขูดๆๆ มาก็จะได้มาเป็นน้ำแข็งใสเป็นชามๆเลย .. ไอ้เจ้าน้ำแข็งใสพวกนี้ มันมีอยู่เพียบเลยตลอดทางเดิน เวลาคนแรกย่ำลงไปมันก็แค่ยวบๆ แต่พอคนถัดๆมา มันเริ่มเกาะตัวเป็นน้ำแข็งก้อน คนหลังๆที่เดินผ่าน ก็เหมือนกับเดินกันบนลานน้ำแข็งอย่างงั้นเลย ..

ตอนเด็กๆเคยกินนะ น้ำแข็งใสที่ขูดมาจากช่องฟรีสในตู้เย็น แต่ยังไม่เคยลองกินหิมะใส่เฮลสบลูบอยที่นี่สักที ..

เรานั้นไม่เคยจะชอบเลยหน้าหนาว ฝังใจมาตั้งแต่เด็ก กี่ปีๆก็เจอแต่ข่าวหน้าหนาวแล้วมีคนทางเหนือหนาวตาย .. เราเลยชื่นชอบในสิ่งที่ตรงข้ามคือหน้าร้อน อาจจะเป็นเพราะว่าปิดเทอม ไม่งั้นก็เป็นเวลาที่อยู่อย่างสบายๆไม่ต้องใส่เสื้อผ้าเยอะให้รุ่มร่าม ช่วงเวลาเธอถอด ชั้นถอด สาวๆนุ่งกันสั้นๆ อู้วว์ ...

เลยลำบากหน่อยกับการอยู่ที่นี่ หน้าร้อนที่นี่ก็เหมือนหน้าหนาวที่ไทย ส่วนหน้าหนาวที่นี่จะเท่ากับหน้าร้อนที่ขั้วโลกเหนือรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ทำให้เวลาไปไหนมาไหนต้องใส่เสื้อโค๊ท หนักก็หนัก วันหยุดเวลาที่ไปเดินห้างก็จะลำบากเป็นอย่างยื่ง หิ้วของแล้วต้องมาหิ้วเสื้อกันหนาวอีก .. คือมันไม่เหมือนเสื้อวอร์มที่จะเอามาผูกเอวแล้วเดินตัวปลิว เสื้อบ้านี่มันหนักชะมัด จะเอามามัดเอวคงต้องใช้เชือกรึว่าเข็มขัด ..

ถัดจากเสื้อลงไปจะเป็นกางเกง ใช่แล้ว เราจะมาเรียนรู้กันว่าเครื่องกันหนาวมีอะไรบ้าง มา เอาให้รู้กันจะๆไปเลย ไครอายุไม่ถึง 18 ให้อ่านปิดตา, อ่านเว้นบรรทัด หรืออ่านข้ามไปตามแต่บุญแต่กรรม ...

ขออธิบายเฉพาะเครืองกันหนาวผู้ชายแล้วกันนะ .. (พูดเหมือนจะมีความเชี่ยวชาญในเครื่องกันหนาวผู้หญิงด้วย 55) ..

เริ่มจากเสื้อข้างในอาจจะเลือกใส่กันแบบปกติได้ แต่ที่แน่ๆต้องมีเสื้อกันหนาวเป็นสำคัญ .. เสื้อกันหนาวที่ไทยรู้สึกว่าจะใช้ไม่ได้นะ ไม่ใช่ว่าผิดกฎหมาย ตำรวจจะจับ .. แต่เพราะเค้าออกแบบมาให้แกใช้งานกับหน้าหนาวที่ไทย (เท่านั้น) เอามากันลมหนาวที่นี่ออกจะไม่เหมาะ ไม่ควร .. จะกล้าเกินไปแล้ว ..

ที่เรา (ต้อง) มีคือ เสื้อแบบหนาๆ ข้างในเป็นขนเป็ด ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องขนเป็ด ขนไก่ได้มั้ย เหมือนไม้กวาดงัย และเราก็ไม่รู้ด้วยว่าไอ้ขนในเสื้อมันขนเป็ดจริงรึเปล่า เป็นเป็ดอะไร เอาเป็นว่าให้มันกันหนาวได้ก็เป็นพอ ..

ยังอยู่กันที่เรื่องเสื้อ สิ่งที่เราไม่มีคือเสื้อหนัง (แส้หนังก็ไม่มี) เพราะรู้สึกว่าใส่แล้วไม่เข้ากะหน้าเราเลย .. แถมไม่รู้ด้วยว่าไอ้หนังที่มันเอามาทำ มันหนังอะไร ..

มีเพื่อนคนนึงซื้อเสื้อแล้วเอามาอวด พอดูไปดูมา มันเขียนว่าทำมาจาก pig leather 100% เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าหนังหมูก็เอามาทำเป็นเครื่องหนังได้ .. ที่เคยเห็นนอกจากนี้ก็มีหนังแพะ .. เคยลองใส่แล้วรู้สึกคันแปลกๆ ไม่รู้เพราะเจ้าของเสื้อมันไม่อาบน้ำเปล่า .. แต่เราเองก็ไม่อาบเหมือนกัน 55

ไอเท็มต่อมาเป็นกางเกง ตอนแรกเห็นในหนัง เวลาหน้าร้อน ฝรั่งมันก็ใส่ยีนส์ หน้าหนาว มันก็ใส่ยีนส์ เอ่อ ยีนส์มันทนทานต่ออากาศหนาวได้อย่างงั้นเลยรึเนี่ย เพราะในขณะที่ข้างบนตัวเค้าใส่กันอย่างเยอะแยะด้วยเสื้อกันหนาว แต่ไม่เคยเห็นเลยที่ไครจะใส่ กางเกงกันหนาว ..

และแล้วเราก็ได้ค้นพบว่าความลับคือเค้ามีถุงน่องผู้ชายใส่กันข้างในไว้อีก 1 ชั้น (รึ 2 ชั้น) เมื่อรู้อย่างงี้แล้วเราก็รีบซื้อมาตุนไว้ก่อนเลย แรกๆเวลาใส่ก็จะอายนิดนึง ระแวงไปหมด เอ๊ะ ไครจะเห็นร่องรองถุงน่องที่แลบออกมารึเปล่านะ .. จะห้องน้ำก็จะต้องเข้าไปในห้องน้ำ จะยืนฉี่ก็ออกจะลำบาก ..

ผ่านไปๆ เริ่มทำใจได้ ปลอบใจตัวเองว่า ไครๆเค้าก็ใส่กัน ทุกวันนี้เลยใส่มาทำงานทุกวัน .. เหมือนเป็นปมด้อย

เพราะเจ้าถุงน่องผู้ชายนี่เอง ทำให้เราเข้าใจความจริงที่งงมาตั้งนาน ถามไครก็ไม่ได้ ตอนที่มาใหม่ๆ เวลาเข้าห้องน้ำผู้ชาย (ใช่ พิมพ์ถูกแล้ว) พวกหนุ่ม (แก่ด้วย) ที่นี่ เค้าจะไม่ชอบรูดซิบฉี่ .. นั่นแน่ อาจจะงงๆ ไม่รูดซิบแล้วจะฺฉี่กันได้ยังงัย มันก็เปรอะหมดสิ ไมฮะ เค้าถอดกางเกงฉี่ ..

ก็ไม่ถึงขนาดถลกกันลงมาจนเห็นแก้มก้นนะ แต่ที่เห็นมาเกือบ 95 % เวลาไปยืนฉี่เค้าจะต้องถอดเข็มขัด ไม่เข้าใจเหมือนกัน .. อยากถามเหมือนกันว่าพวกแกคิดว่าเค้าออกแบบซิบมาให้กุงเกงคุณผู้ชายเพื่อออะไรกัน ..

ถึงตอนนี้ก็เข้าใจ เพราะเค้ามีหลายชั้น เริ่มจากกางเกงใน บ๊อกเซ่อร์ ถุงน่องผู้ชาย และกางเกงข้างนอก .. เพราะแบบนี้เค้าเลยเคยชินกับแบบนี้มากกว่า ..

ผ่านกันไปกับเรื่องโป๊ๆของผู้ชาย มาต่อกันด้วยเครื่องกันหนาว .. สาวๆที่ปิดตาไว้ตอนแรกให้ลืมตาได้ ..

ไอเท็ม ที่สามที่ติดตัวตลอดคือถุงมือ เป็นของอีกอย่างที่หาซื้อยาก เพราะเราไปลองถุงมามาหลายเจ้า ถ้าซื้อถุงมือผู้ชายก็จะใหญ่เกิน ถุงมือผู้หญิงก็เล็กไป ถุงมือเด็กๆก็นิ้วสั้นๆ ใส่แล้วจับไม่ถนัด ระหว่างข้อนิ้วจะติดกันเป็นผังผืดเหมือนตีนเป็ด .. แต่ในที่สุดก็ได้มา แน่สองว่าซื้อมาสองข้างนะครับ ..

เรื่องเศร้าต่อเนื่องเลยกับการซื้อถุงมือ .. คนขายบอก 40 เพื่อนเราต่อให้ 20 คนขายบอกไม่ได้ เพื่อนบอกไม่ได้ชั้นไม่ซื้อ ทำท่าเดินออก คนขายมาถึงดึงแขน จูงกลับไปซื้อ พอดีว่าตอนนั้นเราหน้าบาง คนขายทำท่าทางว่าโมโห ประมานว่าต่อราคาซะเยอะ เราก็อาย รีบๆเลือกแล้วเดินออกมา ..

พอมาเจอทีหลังข้างถนนขายกัน 15 หยวนแบบยังไม่ต่อเลย เซ็งเป็ด(ปักกิ่ง) แถมอันที่เรารีบๆเลือกมายังมีขาดข้างใน เราต้องมานั่งเย็บ นั่งปะอีก .. เรื่องเศร้า ..

ไอเ็่ท็มนี้ ไม่พูดไม่ได้เลย เป็นอะไรที่เราทำหายที่ปักกิ่ง ไม่ๆไม่ใช่กล้อง อันนั้นแค่ทำตก ใช่แล้ว มันคือ หมวกไหมพรม .. พอกลับมาเราก็รีบไปซื้อหามาทดแทนลักษณะท่าทางเหมือนอันเดิมเด๊ะเลย ต่างกันแค่อันนี้สีเทา อันเก่าสีดำ .. แต่ต่อๆไปมันอาจจะกลายเป็นสีดำก็ได้ ค่อนข้างมั่นใจ ..

สุดท้าย เพราะเริ่มยาวและ จริงๆ ไม่ค่อยอยากเขียนยาวๆ กลัวไม่ตั้งใจอ่านกันอ่ะนะ แต่ถ้าเขียนสั้นๆอัพทุกวัน เดี๋ยวก็จะเบื่ออีกอ่ะ อะไรฟระ เขียนอะไรนักหนา .. ความตั้งใจ (ที่ไม่เคยทำได้คือ) อยากให้ได้ซักสองสามหน้า (เวลาเอาเมาส์รูด) ขนาดกำลังอ่านสบายๆพอๆกะอ่านซ้อเจ็ด 555

อ่ะ ออกจะเลยเถิดไป สุดท้ายแล้วจริงๆคือ ผ้าพันคอ ..

อาจจะเงียบแล้วแิอบนินทาว่า แหมๆ พ่อคุณ อะไรจะขนาดนั้น ยังกะเป็นดาราเกาหลี เอิ๊กๆ ..

มันช่วยได้จริงๆนะ ช่วงคอมันเป็นรอยต่อที่หมวกและปกเสื้อกันหนาวมันดูแลได้ไม่ทั่วถึง .. ก็ต้องใช้ผ้าพันคอนี่แหละ .. เศร้าอีกเล็กน้อย ชาวบ้านได้กัน (ฮ๊ะ) เค้าซื้อได้กันที่ราคา 10 หยวน เราซื้อแพงกว่าเท่าตัวเลย ..

ช่วงนี้สุดสับดาห์ไม่ค่อยจะได้ออกไปไหน ถ้าจะออกไปก็เล็งๆไว้ว่างอยากไปเล่นสกี .. เอาไว้ถ้าได้ไปเดี๋ยวมาเล่าต่อพร้อมๆกับภาพแล้วกันนะ ..

ป.ล. เปลี่ยนธีมแล้วนะ อันเก่าใช้งานได้ดีบน ไฟรเ่้อ้อฟ็อกส์ เปิดบนไออีแล้วแปลกๆ ลองเปลี่ยนเป็นอันใหม่ .. ปรากฎว่ากลับตรงข้ามกันซะอีก 555 (ความรู้ใหม่ เลข 5 ที่จีนสื่อความหมายถึงเสียงร้องให้ ในภาษาจีนอ่านว่า หวู่) ..

edit @ 11 Jan 2008 15:21:37 by Thee

edit @ 11 Jan 2008 15:51:49 by Thee