23 Hours a day ..

posted on 03 Jan 2008 14:28 by araidee  in travelling

กลับมาอีกแล้ว หนึ่งอาทิตย์พอดิบพอดี ตอนนี้คงเป็นตอนสุดท้ายแล้วมั้งกับเรื่องที่เล่าแบบย้อนกลับไป ..

อาทิตย์หน้าคงจะกลับไปสู่ความจริงในช่วงเวลาปกติกันอีกครั้ง .. ฟังแล้วเหมือนเบื่อๆเนอะ ..

 

เรากลับจากบ้านเข้ามากรุงเทพในคืนวันศุกร์ ..

มีอะไรให้ต้องทำเยอะมากในระหว่าง 2 วันนี้ .. เครื่องจะออกวันอาทิตย์ตอนเที่ยงคืนกว่าๆ ... เหลือเวลา 50 ชั่วโมงกว่าๆ กับสิ่งที่ต้องทำคือ ..

- เจอเพื่อนๆ 3 กลุ่ม ..

- ไปนำของที่เพื่อนจากจีนฝากกลับมาให้คนที่ไทย 2 ราย ..

- ไปนำของที่เพื่อนจากไทยซื้อกลับไปให้เพื่อนที่จีน 1 ราย ..

- ซื้อของฝากเพื่อนที่จีน ซื้อพวกอาหารแห้งให้ตัวเอง ..

แจกแจงออกมาแล้วเหมือนจะไม่เยอะ แต่ต้องมาจัดเวลาดีๆหน่อย ดังนั้น เลยเริ่มจากเจอเพื่อนกลุ่มแรกที่ข้าวสารตอนกลางคืนวันศุกร์ ไม่ได้มาซะนานเลย เสียดายที่กล้องเราไม่มีแล้ว ถ้าอยากดูรูปคงต้องเข้าไปใน hi5 นะฮะ .. อ๊ะ อาจจะงงกัน เอ๊ะแกมี hi5 กะเค้าด้วยหรือ .. มีนะฮะ สมัครไว้ตั้งนานแล้วแต่ไม่ค่อยจะได้อัพเดท .. เพราะว่าขี้เกียจนั่นเอง ..

 

เพราะว่ากลางคืนกินแอลกอฮอล์ เลยตื่นมาค่อนข้างสายหน่อย ไปรับกล้องจากเพื่อนเก่าสมัยโรงเรียน พอจ่ายค่ากล้องให้เค้าค่อยตระหนักว่าเงินทองมีน้อย ต้องใช้สอยอย่างประหยัด บัตรเอทีเอ็มก็ไม่มีแล้ว

เหลือเงินอยู่สัก 2200 ได้มั้ง คิดไว้ว่าต้องจ่ายค่าอะไรสักอย่างที่สนามบิน 700 แล้วต้องกินข้าวกะเพื่อนๆ 2 มื้อ น่าจะประมาน 500 .. เหลือ 1000 นึงไว้ช๊อปปิ้ง น่าจะพออยู่นะ แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น .. 

 

นัดกับเพื่อนรอยเตอร์ไว้เที่ยงๆ .. กลายเป็นว่าเรามาซะคนแรกเลย สถานที่คือ ซิสเล่อร์ตรงสยามดิส .. (เอ๊ะ เค้ายังเรียกชื่อนี้กันอยู่รึเปล่าฟะ ..) ซิสเล่อร์เป็นอะไรที่เรากินแล้วไม่เคยจะคุ้มเลยกับสลัดผัก แต่การที่กินแล้วไม่เจอหนอนก็น่าจะเรียกว่าคุ้มได้แล้วถ้ามองโลกในแง่ดี ..

มี วิน หนุ่ย อุ๊ก แชมป์ พี่สุ และยังมีพี่โรจน์มาแจมอีก

 

ตอนบ่ายๆไปจตุจักร เพื่อซื้อของและส่งของให้เพื่อนที่เพื่อนที่จีนฝากมา .. เหมือนจะคิดผิดที่นัดเค้าไปเจอกันที่ตรงหอนาฬิกาในจตุจักร แต่ในที่สุดก็เจอกัน และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ .. เค้าฝากของกลับไปที่จีนให้เพื่อนเค้าด้วย .. แอบกังวลนิดนึง .. ถ้าน้ำหนักเกิน .. ชั้นจะมีเงินเหลือจ่ายค่าปรับมั้ยเนี่ย .. 55

หลังจากส่งของและรับของก็ได้เวลาเดินซื้อของ เราได้เทียนหอมในกะลามาพร้าวหน้าตาประมานนี้ ..

 

และได้ปลอกหมอนผ้ารูปช้างไทย ..

เทียนหอมนั้นไม่เท่าไหร่ เฉลี่ยอันละ 10 บาทเท่านั้น แต่ปลอกหมอนนี่ดิ หาอยู่ตั้งนาน ตอนแรกบอกชิ้นละ 120 เราต่อไปต่อมา จนซื้อ 2 ชิ้นได้ในราคา 170 แต่ออกมาข้างนอกเห็นเค้าขายอันละ 50 เอง เศร้าเลย นึกว่าที่จีนพ่อค้าจะน่ากลัวสุดแล้ว พ่อค้าไทยก็ใช่ย่อย ฟันเราหัวแบะเลยเช่นกัน ..

ออกมาจากจตุจักร เลือดอาบเลย .. แต่ก็ยังมีแรงไปเดินต่อที่สวนลุมไนท์ (นัดกับคุณอั้ม 55) ..

ตัดกลับมาที่วันรุ่งขึ้น เป็นวันสุดท้ายแล้ว วันนี้ยังต้องมีอะไรให้ทำต่ออีก ..

เริ่มจากตื่นเช้ามากๆ 6.30 เพื่อจะไปสำเพ็ง เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องสำเพ็ง แต่จะต้องไปซื้อต่างหู (อย่างเยอะ) กลับมาฝากเพื่อนที่จีน .. (ผู้หญิงนะ) ..

ไปถึงตลาดประมาน 7 โมงได้ แต่ทว่า เดินได้สัก 10 นาทีก็เริ่มมีคนเก็บร้าน ... เราเลยจะเดินกลับ .. แต่ระหว่างเดินกลับ ก็มีคนกำลังจะเปิดร้าน เราเลยงงๆว่าเอ๊ะ มันยังงัยเนี่ย ด้วยความก็เดินๆไปจะถามไครว่าซื้อต่างหูที่ไหนก็อายเค้า เดี๋ยวเค้าจะคิดว่าเป็นรักแห่งสยาม .. ก็เลยเดินๆเรื่อยไป ..

เดินออกไปซอยโน้นซอยนี้เยอะมากๆ .. ในที่สุดก็เจอต่างหู เอ๊ะ รึว่าเค้าเรียกว่าตุ้มหูก็ไม่รู้ .. เราก็เลือกไม่ค่อยจะเป็น ไปยืนเลือกท่ามกลางหมู่สาวๆ สุดท้ายก็รีบซื้อรีบเดินออกมา ..

สำเพ็งขายของแบบขายส่งเป็นส่วนมาก ถ้าไปซื้อปลีกก็จะโดนดูถูกด้วยสายตา .. ระหว่างเดินไปมีแม่ค้ากระเทยคนนึงตวาดลูกค้าที่ถามว่าเอา อันเดียวได้มั้ย ..

- ขายต่างหูนะค้าา ไม่ได้ขายไก่ จะได้มาซื้อปีก .. เหอะๆ มุกแม่ค้าสำเพ็ง .. 

ออกจากสำเพ็งตอนเกือบๆจะเที่ยงแล้ว ต้องไปรับและส่งของอีกรายนึง เหมือนเป็นพนักงานอะไรสักอย่าง ลูกค้ารายนี้นัดเราที่จตุจักร .. ส่งของให้เค้าแล้วไม่เท่าไหร่ แต่รับมานี่หนัก ทั้งหนักกายและหนักใจ เค้าฝากให้ไปเป็นพวกของแห้งสำหรับปรุงอาหารไทย .. น้ำหนักรวมๆน่าจะ 8 - 10 โลได้ เราก็ยังงงๆอยู่ว่าเค้ายกมาส่งให้เราได้ยังงัย ผู้หญิงตัวเล็กๆ ..

 แต่ยังงัยก็ต้องรับมา เราลากๆๆมาเก็บไว้ที่บ้านเพื่อนก่อน แล้วออกไปตามนัดกับเพื่อนลาดกระบัง ..

เจอกันที่มาบุญครอง มี ปุ๋ยและแฟน ป๋อม น้ำฝน หย่ง ซัน นั้ม พอรู้ว่าจะไปกินบะหมี่เกี๋ยวกุ้งที่สยามสแควร์ เราค่อยโล่งใจหน่อย เพราะกระเป๋าเราก็แทบจะโล่งไม่มีตังค์แล้ว 55 

 

ถึงตอนนี้เพิ่งมาตระหนักว่าเงินเราเหลือ 1000 นึงนั้น น้อยนิดจริงๆ เพราะคิดว่าต้องจ่ายค่าใช้สนามบิน 700 เหลือ 300 แล้วที่เราลืมคิดก็คือแค่แท็กซี่จากในเมืองเข้าไปสนามบิน .. พระเจ้า .. เกือบไปแล้ว นับว่าโชคเข้าข้างที่น้ำฝนรู้ใจเราและเห็นเราหน้าซีด เลยเลือกบะหมี่ที่ราคาต่อคน (หารรวม) 85 บาทไทย .. เกือบพลาดไปกินเซ็น(เสี่ย) นั้ม เสนอซะแล้ว ..

 พอกินเสร็จก็สองทุ่มกว่าแล้ว เพื่อนๆก็แยกย้ายกันไป เราก็เหมือนกัน กลับมาหอเพื่อนเพื่อบอกลาและเอากระเป๋าใบใหญ่ .. ถ้าจำไม่ผิดเหลือเงินอยู่ 250 ได้ เลยคิดหนักหน่อยว่าจะเอายังงัยดี ถ้าจะนั่งแท็กซี่ไปเลยจากที่นี่ก็อาจจะเกือบๆสามร้อย เงินไม่พอผ่านเข้าสนามบินและก็จะซวยเอา ..

สุดท้ายเลยเลือกแบบ มายังงัยก็กลับไปอย่างงั้น 55 ..

เริ่มจากเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งเราที่ป้ายรถเมลล์ที่จะมีรถที่ไปยังสนามบินผ่าน เราเลือกเป็นตรงคลองเตย .. เวลา 9.01 รถเที่ยวสุดท้ายคือ 9.30 ..

รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆเมื่อสิ่งที่คิดเป็นไปจามแผนเป๊ะ .. ด้วยรถสาย 551 รึว่าอะไรสักอย่างเราก็นั่งมาได้จนถึงสุวรรณภูมิ..

 

เวลายังเหลืออยู่เยอะแยะต่างกับเงินเราที่เหลือน้อยนิด น่าจะเป็นช่วงเวลาที่จนที่สุดแล้ว ..

 

เหมือนทุกอย่างจะจบลงด้วยดี แต่กลับจบลงด้วยดีกว่า .. เพราะเราเพิ่งจะรู้ว่า เค้าไม่เก็บค่าใช้สนามบิน 700 อะไรนั่นแล้ว .. (รู้สึกว่าตัวเองโง่ๆ นิดนึง อาย ..)

 เหมือนชิวิตพลิกผันขึ้นทันตา เรามีเงินเพิ่มมา 700 ที่ king power เลยได้โอกาสใช้ซื้อ ครีม Lore'al (เขียนแบบนี้ป่าวฟระ) แต่ประมานว่าแก้ริ้วรอยรอบดวงตาไปเป็นของฝากอีกหนึ่งอย่าง ..

เหมือนเดิม คนขายก็ยังมองแล้วคิดว่าเราจะซื้อไปใช้เอง ..

จากนั้นทุกอย่างก็เป็นไปอย่างปกติ ขึ้นเครื่องไปเปลี่ยนที่ปักกิ่ง แล้วเปลี่ยนไปอีกเครื่องสู่ ต้าเหลียน .. 

 

 

 

 

edit @ 4 Jan 2008 10:28:14 by Thee

edit @ 6 Jan 2008 18:07:05 by Thee

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ติดตามผลงานค่ะ ชอบมากๆเลย คุณอะไรดีเขียนบล๊อกได้สนุกจังเลย
555cry

#1 By oukkuukkuu (192.165.213.18) on 2008-01-09 13:39

แก้ริ้วรอย ใช้เองไม่เห็นเป็นไรเลย
(รึป่าว)

ไม่มีรูปน้ำฝน..ได้ไงฟะ

#2 By [muay_tatee] (124.121.229.155) on 2008-01-24 23:13