:)

posted on 21 Apr 2007 21:02 by araidee  in living

well, it's big big city, and it's always the same :)

เพลง whistle for the choir..

ไม่รู้ได้ฟังกันรึยังนะ ..

ลองหาๆจาก ยูทูปแล้วกัน ตอนนี้ที่ทำงานที่นี่บล๊อกเกลี้ยงเลย ยูทูบก็เข้าไม่ได้ .. http://www.google.co.th/search?hl=th&safe=active&q=fratellis+whistle+for+the+choir&meta=

โอเค กลับมาที่ชีวิตที่นี่แล้วกันนะ ..

ถึงวันนี้อยู่มาได้ 2 อาทิตย์แล้ว .. แต่ก็เหมือนกับยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ ..

อืมม .. มันไม่ลงตัวยังงัย ..

เอาเป็นว่าต้องเล่ายาวเลยอ่ะนะ ..

มาๆ มาดูกันเป็นข้อๆไป ..

1. อากาศ

อืมม อย่างที่บอกว่าที่นี่มันหนาวกว่าที่ไทยอ่ะนะ ..

ไม่ค่อยจะคุ้นเคยเท่าไหร่ ปกติเราเกลียดหน้าหนาวอยู่แล้ว ..

ตอนมาวันแรกๆ เพื่อนบอกว่าคนที่นี่อาบน้ำกัน สามสี่วันครั้ง เช็ดโด้ พวกนี้แม่ง ..

สกปรกหว่ะ .. เราอยู่ไทยถึงยังงัยก็ต้องอาบสองครั้ง แต่อาจยกเว้นบางคืนที่เมาแอ๋กลับมาแล้วนอนเลย ..

แต่เอาน่า ยังงัยก็ถือว่าบ่อยเหมือนชายไทยปกติแหละ ..

เลยบอกกะตัวเองว่า ไม่ได้ๆจะมาอ้างว่าเข้าเมืองตาหลิวแล้วจะมาทำตามชาวพื้นเมืองนี่ไม่ได้นะ ..

ตั้งใจว่ายังงัยๆก็ต้องอาบวันละครั้งแหละ ไม่ไหวอ่ะ รู้สึกมันขาดอะไรไปในชีวิต ..

เคยอาบน้ำกันเย็นๆที่สุดเท่าไหร่? ..

เราเคยอาบเย็นสุดตอนไปภูกระดึงเมื่อปลายปีที่แล้ว อาบตอนเที่ยงคืน เพราะว่าคนขึ้นไปเยอะ ห้องน้ำเต็ม ..

ไม่มีน้ำอุ่นด้วย .. เป็นฝักบัว น้ำโดนตัวทีนึงนี่ .. อูยย .. ความรู้สึกเหมือนตอนกินไอติมก้อนใหญ่ๆอ่ะ มันจื้ดๆขึ้นหัว เคยเป็นป่าว ..

นั่นแหละ ประมานนั้น .. เหมือนกันเลยกะอาบน้ำที่นี่ .. แม้ว่าจะมีเครื่องทำน้ำอุ่น .. แต่เหมือนไม่ได้ช่วยเท่าไหร่เลยอะ ..

เครื่องทำน้ำอุ่นที่นี่จะเป็นแบบถังๆใหญ่ๆ ไม่เหมือนกะที่บ้านเราอ่ะ ..

ไม่รู้หว่ะ แต่บ้านชั้นไม่ใช่แบบนี้อ่ะ อาจจะมีชาวบ้านคนอื่นในไทยเค้าใช้กันอ่ะนะ ..

แต่ไม่เคยเห็นอ่ะ ..

มันต่างกันงัย .. คือที่บ้านเรา (บ้านเราจิงๆนะ) .. ประมานว่าเครื่องเล็กๆแค่มีหน้าที่ทำให้น้ำที่ไหลผ่านเครื่องมันร้อน แค่นั้นเอง ..

แต่ของที่นี่มันหน้าตาเหมือนถังน้ำมัน 20 ลิตรอ่ะ ประมานว่าเป็นเครื่องต้มน้ำ ต้องเสียบแช่ไว้ก่อน 20 นาทีค่อยใช้ได้ แล้วก็เวลาใช้ก็ต้องระวัง ถ้าใช้เยอะไปน้ำอุ่นก็จะหมด ก็จะหนาว .. ต้องค่อยๆเปิดให้ไหลแต่พอเพียง ..

อืมม .. นั่นแหละ วันแรกที่อาบน้ำ ..

ตอนอาบไม่เท่าไหร่ แต่พออาบเสร็จแล้วนี่ดิ ..

รู้แล้วว่าทำไมพวกนี้มันไม่ค่อยอาบน้ำกัน ..

คือเค้าก็ไม่ได้สกปรกนะ เพราะว่าอากาศมันแห้งๆ เหงื่อไม่ค่อยออก แดดก็ไม่ค่อยมี ..

ไม่เป็นไรแล้วกาน ..

ถ้าอาบไปแล้วเป็นหวัดเดี๋ยวจะไม่สบายอ่ะนะ ..

ที่นี่มีโรงอาบน้ำด้วย ครั้งละ 30 เข้าไปแล้วจะมีคนมาถูหลังให้ .. แต่ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่กล้าเข้าไป .. กลัวไอ้คนที่จะมาถูหลังเนี่ยแหละ ..

หลังจากตอนเช้า(บางวัน) อาบน้ำเสร็จแล้วก็จะไปทำงาน ..

ตอนนี้เป็นรึดูใบไม้ร่วง (หาไม่เจออีกและ ..)

นั่นแหละ เรียกว่าหน้าใบไม้ร่วงแล้วกัน พิมพ์ง่ายกว่า ..

แต่หน้าใบไม้ร่วงนี้ ก็เหมือนๆหน้าหนาวในไทยนั่นเอง มันแห้งๆ มีลมพ้ดตลอด ..

แถมบางวันก็มีฝนด้วย .. แต่โชคดีที่ฝนที่นี่มันตกปรอยๆเม็ดเล็กๆมาก ..

แต่ก็นะ ตกแล้วก็ทำให้หนาวมากขึ้นอยู่ดี ..

ด้วยเหตุนี้คนที่นี่เลยแต่งตัวกันต่างกะบ้านเรา .. อืมม ต่างกันยังงัย? ... เรียกว่าเค้าแต่งแบบสากลแล้วกัน ..

ลองนึกภาพเมืองอย่างลอนดอน นิวยอร์ก ไม่ก็เมืองที่หนาวๆอ่ะ ..

หนุ่มออฟฟิซส่วนใหญ่ใส่เสื้อโค๊ทหนังเหมือนดาราในหนังฮ่องกงสมัยก่อน ..

ไม่งั้นก็จะใส่สูทกันแบบไร้เหตุผล .. ไม่ใช่ว่ามันจะต้องไปสัมพาดงานกันทุกวัน .. แม้แต่ยามประจำชั้นเราก็ใส่สูทมา แล้วก็มาเปลี่ยนเครื่องแบบเอาที่ทำงาน ..

ไม่รู้ดิ แค่มันแปลกๆ เพราะไม่คุ้นเคย ไม่ได้อะไรนะ ..

เพราะบางครั้งเรายังรู้สึกว่างานที่ทำมามันน่าเบื่อกว่ายามซะอีก ..

เหอๆ .. ฉะนั้น ยามไม่ใช่อาชีพไม่ดีอะไรอย่างแน่นอน ..

โอเช .. มาที่สาวๆออฟฟิช .. ส่วนใหญ่เลยที่ขาดไม่ได้คือถุงน่องกะรองเท้าหนังยาวๆ อ่ะ .. เห็นแล้วก็แปลกๆ เช่นกัน เพราะปกติแล้วถ้าเห็นคนแต่งแบบนี้ที่เมืองไทยเราก็จะคิดว่าเค้าเป็นคนไม่ดีอ่ะ .. นั่นแหละ อย่างงั้นแหละ ..

แต่ทั้งหมดแล้วก็ไม่มีอะไร เพราะมันหนาวนั่นเอง ถ้าแต่งกันนิดหน่อยก็อาจจะเขินอายกันบ้าง แต่นี่ทุกคนก็แต่งกันแบบนี้อ่ะ .. ดังนั้นเลยมีแต่เราอะ แอบอายนิดหน่อยเวลาไปไหนมาไหน .. เหอๆ ..

เอาไว้เงินเดือนออกเดี๋ยวกะว่าจะซื้อเสื้อใหม่อยู่ ..

เพราะว่าตอนนี้เสื้อที่เอามาเริ่มใช้จนหมดแล้ว ยังไม่มีเวลาเอาไปซักเลย ที่นี่ไม่มีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแฮะ .. ตัวเลือกที่มีตอนนี้คือจ้างเค้าซักกะไปบ้านเพื่อนแล้วยืมใช้เครื่องซักผ้าเค้า ..

แต่คงไม่ซักมือเองแหงๆ อย่างน้อยก็ไม่ใช่เร็วๆนี้อ่ะ หนาวอ่ะ ..

2. ภาษา

ตอนแรกที่มาก็มีคนบอกๆอ่ะนะว่าคนจีนพูดอังกิตกันไม่ค่อยได้ ..

แต่ต้องมาเจอกะตัวเองแฮะ ถึงจะรู้ว่า ไม่ได้คือไม่ได้เลยอะ ..

อย่างคนไทย เราว่าถึงจะพูดไม่ได้ยังงัย แต่อย่างน้อยก็พอเข้าใจนิดหน่อย อย่างน้อยก็ตอบ เยส โน โอเคได้ ..

แต่กับที่นี่ เหอๆ เหนื่อยเลย จะถามอะไรทีนี่พูดซะเมื่อยมือเลย ..

แปลกเหมือนกัน บริษัทที่เราทำอยู่ก็เป็นบริษัทอเมริกัน แต่พนักงานบางคนพูดอังกิตไม่ได้ คือ พนักงานออฟฟิชอ่ะ ไม่รู้ดิ คือไม่ได้เลยอ่ะ ..

อืมม แต่ก็นั่นแหละ เค้าอาจจะมีบางอย่างที่ดีในตัวเค้าก็ได้ ..

บางอย่างที่เรารู้คือ ภาษาที่สองอันอื่น คือจีนกลางเนี่ย ชาวบ้านที่นี่พูดกันได้อยู่แล้ว ..

แต่บางคนพูดญี่ปุ่นได้คล่องแคล่ว บางคนพูดเกาหลีได้ด้วย ..

อันนี้ต้องเล่าไปในเรื่องของที่ตั้งและประวัติศาสตร์ ..

ประมานว่าต้าเหลียนเนี่ยอยู่เหนือๆ แล้วก็ไกล้ๆญี่ปุ่นกะเกาหลี ..

นั่งเครื่องบินแค่ชั่วโมงเดียว .. เท่าที่อ่านมา สมัยก่อนเคยโดนปกครองโดยญี่ปุ่นอยู่พักนึง .. รวมถึงรัสเชียก็เคยปกคริงที่นี่ช่วงนีง .. ตึกบางที่เลยยังเป็นลักษณะเดิมๆ ของรัสเซียอยู่ .. ดูคลาสสิกดีในบางครั้ง ..

อ่า นั่นแหละๆ เพราะงี้บางคนที่นี่เลยพูดได้หลายภาษา อาจจะทำให้เค้าไม่คิดว่าภาษาอังกิตจำเป็น ..

เพราะงี้การอยู่การกินเลยลำบากนิดหน่อย ลำบากยังงัยลองดูในหัวข้อต่อไปแล้วกัน ..

3. อาหาร

ก่อนมาพี่สุ กะแชมป์ ขู่นักหนาว่าไปจีนเนี่ยลำบากแน่ๆ เพราะเราไม่กินผัก ..

เหอๆ .. จริงๆก็ใช่นะครับ ที่นี่อาหารหลายๆอย่างเค้าใส่ผักมาซะเยอะแยะ ..

ซึ่งก็ลำบากต่อผมนิดหน่อย คือใช้เวลาเขียมากขึ้นเท่านั้นเอง ...

อาหารหลักของคนไทยคือข้าว .. ที่นี่ก็เหมือนว่าจะเป็นอย่างงั้น .. แต่เค้าก็มีบะหมี่ด้วย ..

แต่ไม่หล่ะ เราคนไทยกินข้าว ..

ส่วนกับข้าวก็มีให้เลือกมากมาย แต่แย่มาก ส่วนใหญ่มีเมนูเป็นภาษาจีน รูปก็ไม่มี ..

ดังนั้นสิ่งที่เราพยายามจำอย่างแรกเลยคือ คำว่า เนื้อหมู เนี้อไก่ เนื้อปลา และเพราะเราไม่กินเนื้อวัว อันนี้ก็ต้องพยายามจำด้วย ..

ส่วนข้าวนั้นไม่รู้ว่าเขียนยังงัยเหมือนกัน แต่คำอ่านเรียกว่าหมี่ฟ่าน ..

รู้แค่นี้ก็ช่วยให้รอดมาหลายมื้อแล้ว เหอๆ ..

4. สาวๆ

เรื่องที่หลายคนอยากรู้ เหอๆ.. ไว้มาต่อคราวหน้าแล้วกัน ต้องกลับบ้านก่อน ..

ปล. รู้แล้วว่าหลับตาแรงๆเรียกว่าอะไร .. เรียกว่าหลับตาปี๋นั่นเอง ..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

5. หนุ่มๆ ล่ะ

#1 By ป๋อม (203.170.231.232 /172.16.111.205) on 2007-04-30 12:37

อิอิ คนญี่ปุ่นเค้าก็แต่งตัวอย่างนั้นเหมือนกัน เหมือนทุกคนตำแหน่งใหญ่โตกันหมดเลย ใส่สูทผูกไทร์ ก็เพราะอากาศมันหนาวนั่นเอง อ่านมาแล้วเห็นภาพเลยว่าเป็นยังไง

#2 By วิน (125.24.82.44) on 2007-05-07 17:55